กริ่งจีนใหญ่

กริ่งจีนใหญ่
0 คะแนน
ชื่อพระเครื่อง : กริ่งจีนใหญ่
รายละเอียด :

กริ่งจีนใหญ่

พระกริ่งใหญ่ ประเทศจีน พระกริ่งนอกและในประเทศไทย

พระกริ่งที่นิยมในประเทศไทยอาจแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ พระกริ่งนอกและพระกริ่งใน พระกริ่งนอกที่รู้จักกันทั่วไปคือ พระกริ่งใหญ่ พระกริ่งหนองแส พระกริ่งอุบาเก็ง และ พระกริ่งตีอ๋อง ทั้งหมดนี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน เป็นต้นแบบของพระกริ่งในประเทศไทย ถือว่าเป็นโบราณวัตถุ ปัจจุบันหาได้ยากและราคาสูงพระกร่ิงใหญ่ประวัติ พระกริ่งใหญ่กล่าวกันว่ามีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ มณฑลซัวโช ประเทศจีน ในสมัยราชวงศ์ถัง มีอายุนับพันปีมาแล้ว มณฑลซัวโชนี้เป็นแหล่งช่างหล่อโลหะเนื้อสำริดมานาน เช่นเดียวกับมณฑลกังโส ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของเครื่องกังโสและเครื่องลายคราม พระกริ่งใหญ่นี้แพร่หลายเข้ามาสู่ประเทศสยามตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงสุโขทัยและอยุธยา โดยทั้งสองประเทศมีการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกันพระกริ่งจึงถูกนำเข้ามาตั้งแต่ครั้งนั้น
พุทธลักษณะ
ด้านหน้า เป็นรูปพระพุทธประทับนั่งปางมารวิชัย พระหัตถ์ซ้ายทรงวชิราวุธ (หม้อน้ำมนต์) ประทับนั่งบนบัวสองชั้น เฉพาะด้านฐานหน้านับได้ 7 - กลีบ พระเศียรส่วนใหญ่มีไรพระศกและพระเมาลี 3 ชั้น พระเกศตอกตุ๊ดตู่มาแต่หุ่นเทียนเดิม พระเนตรเป็ฯเสนาเฉียงแบบตาจีน พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์เม้ม ชายจีวรและเส้นสังฆฏิเป็นเม็ดไข่ปลา ด้านข้างมีรอยประกบคล้ายเส้นตะเข็บมาแต่หุ่นเทียน พระกริ่งใหญ่นี้ มี 2 พิมพ์
ด้านหลัง เป็นรูปลอยองค์เช่นพระกร่ิงทั่วไป ฐานทางด้านหลังเกลี้ยงไม่มีเม็ดบัวเช่นด้านหน้า
ใต้ฐาน ใต้ฐานหรือก้นเป็นแบบก้นกะทะ ปิดด้วยทองเหลือง เชื่อมด้วยน้ำประสาน ส่วนใหญ่มีกริ่ง บางองค์กริ่งขัดหรือก้นหลุดไปก็มี
เนื้อ เป็นเนื้อทองดอกบวบแบบสำริดทอง สุกปลั่ง เนื้อแห้งและแยกเป็นเกล้ดพิมพ์แสนละเอียด ผิวสีน้ำตาลไหม้อมดำ บางองค์ผิวออกดอกจำปา


พระกริ่งอุบาเก็ง
พระกริ่งอุบาเก็งหรือพระกริ่ง "บาเก็ง" แพร่เข้ามาในประเทศไทยมาจากประเทศกัมพูชา สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นผู้ทรงนำเข้ามาและเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักประเทศกัมพูชาพบพระกริ่งนี้ที่ยอดเขาพนมบาเก็ง ณ เมืองนครธม จึงเรียกชื่อตามสถานที่พบว่ากริ่งอุบาเก็ง บางกระแสว่าพระกริ่งนี้สร้างในสมัยขอมยุคต้น แต่พิจารณาตามศิลปแล้ว น่าจะเป็นพระกริ่งสร้างในประเทศจีน เชื่อกันว่าที่มณฑลซัวไช เช่นเดียวกับพระกริ่งอื่นๆขอจีน พระกริ่งอุบาเก็งเป็นองค์สมมติ แห่งพระโพธิสัตว์ไภษัชคุรุ มีขนาดย่อม เหมาะสำหรับบูชาติดตัวเพื่อเป็นสิริมงคลเช่นพระกริ่งทั่วไป พระกร่ิงอุบาเก็งนี้พบหลายแห่งในประเทศไทย เช่นที่กรุวัดปราสาทวนสวรรค์ อยุธยา วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพฯ และวัดท่ากระดาน กาญจนบุรี เป็นต้นการนำเข้ามาก็คงมาจากการค้าขายระหวา่งประเทศทั้งสอง ดังได้กล่าวแล้ว
พุทธลักษณะ
ด้านหน้า เป็นพระรูปประทับนั่งปางมารวิชัย บัวสองชั้น 7 กลีบ พระหัตถ์ซ้ายถือวชิราวุธ ทรงจีวรเฉียงบ่า เส้นจีวรเป็นเม็ดไข่ปลานูนมาตั้งหุ่นเทียนเดิม พระเกศซ้อนกัน 3 ชั้น พระเนตรหลบลงอย่างสำรวม ไม่เฉียงแบบตาจีนเช่น พระกริ่งใหญ่ พระนาสิกโก่งเป็นสัน พระโอษฐ์เม้ม
ด้านหลัง เหมือนพระกริ่งโดยทั่วไป ด้านหลังไม่มีบัวฐานเกลี้ยงๆ เส้นจีวรเป็นเม็ดไข่ปลา ด้านข้างมีรอยประกบเห็นรอยตะเข็บ ซึ่งเป็นมาตั้งแต่หุ่น-เทียน
เนื้อ เป็นเนื้อทองเหลืองผสมแบบทองดอกบวบ หรือ หล่อม้าล่อ คือ เนื้อทองเหลืองแก่ทอง เนื้อแห้งสนิท เมื่อใช้แว่นขยายส่องจะเห็นเป็นลายตามุ้งหรือเกล็ดพิมพ์เสน มีคราบตามเก่าคือ สนิมแบบพระบูชา
ใต้ฐาน คล้ายกับกริ่งใหญ่ ก้นปะ เชื่อมด้วยน้ำประสาน ส่วนใหญ่มีกริ่ง ที่กริ่งขัดก็มี บางองค์มีฐานคล้ายถ้วยรองรับ มีลวดลายในส่วนล่างสุดเนื้อเดียวกับองค์พระ (มีน้อย)


พระกริ่งหนองแส
เชื่อกันว่าเป็นพระกริ่งในสกุลช่างแห่งมณฑลซัวไชเช่นเดียวกับพระกริ่งใหญ่และพระกริ่งอุบาเก็ง เหตุที่เรียกกันว่าพระกริ่งหนองแส สันนิษฐานว่า มีการพบพระกริ่งนี้ครั้งแรกที่เมืองหนองแส ซึ่งอยู่บริเวณตอนใต้ของจีนอยู่เหนือเมืองเชียงตุงขึ้นไป เรียกชื่อตามสถานที่ เช่นเดียวกับพระกร่ิงอุบาเก็งที่ขุดค้นพบครั้งแรกที่ปราสาทเขาพนมบาเก็ง จึงเรียกกันว่า "กริ่งอุบาเก็ง"
พุทธลักษณะ
ด้านหน้า องค์พระประทับนั่งขัดสมาธิปางมารวิชัย บนฐานบัวสองชั้น ชั้นละ 7 กลีบ พระหัตถ์ซ้ายทรงวชิราวุธ พระพักตร์คล้ายกับพระกริ่งอุบาเก็ง
ด้านหลัง เส้นจีวรเป็นเม็ดไข่ปลา เห็นไรพระศกและเม็ดพระศกมาแต่หุ่นเทียน ด้านข้างเห็นตะเข็บจากการประกบแม่พิมพ์ด้านหลังยื่นไปข้างหลัง ทำให้ดูพระเอียงไปด้านหลังมากกว่า
ใต้ฐาน ส่วนใหญ่เทตัน ไม่บรรจุกริ่ง หรือก้นกลวง ที่ก้นปะและอุดกริ่งมีน้อย
เนื้อ เนื่อทองเหลืองผสมแก่ทอง เรียกเนื้อทองดอกบวบหรือ เนื้อสำริดทอง เช่นเดียวกับพระกริ่งจีนอื่นๆ เมื่อใช้แว่นขยายส่องจะเห็นเป็นเกล็ด ไม่เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน คราบสนิมมีควมาเก่าเช่นเดียวกับพระกริ่งใหญ่


พระกริ่งตีอ๋อง
พระกริ่งตีอ๋อง หรือพระกริ่งทีอ๋อง เล่ากันว่าสร้างขึ้นในประเทศจีน สมัยราชวงศ์ถัง เช่นเดียวกับพระกริ่งใหญ่ พระกริ่งหนองแสและพระกริ่งอุบาเก็งพระกร่ิงตีอ๋อง แปลว่า ท้าวโลกบาล ประจำทิศตะวันตกบนสวรรค์ พระหัตถ์ถือเจดีย์ ท่านเป็นผู้เฝ้าพระบรมธาตุ ของพระพุทธเจ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แต่ก็มีบางท่านมีควมาเห็นว่าน่าจะเป็นรูปจำลองของ พระไภษัชคุรุพุทธเจ้า โดยพิจารณาจากพระพักตร์ พระเศียร ไรพระศก และมีฐานบัวรององค์พระ
พุทธลักษณะ
ด้านหน้า เป็นศิลปตามคติของมหายานเป็นหนึ่งในสิบแปดอรหัรต์ หรือ "เซียน" แต่บางท่านว่าผู้สร้างได้ถ่ายแบบมาจากพระพุทธรูปที่วัดหลงเมนยี่ซึ่งสร้างเป็นลักษณะคล้ายมนุษย์ พระหัตถ์ซ้ายถือเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์ประทับั่งบนฐานบัวสองชั้น 8 กลีบ เห็นลวดลายของจีวรชัดเจน พระพักตร์คล้ายคนแก่ เห็นพระศกเป็นเม็ดค่อนข้างใหญ่
ด้านหลัง ประทับบนฐานเรียบๆ ไม่มีลวดลาย ด้านหลังขององค์พระมีเส้นลายจีวรเป็นเหลี่ยมๆ
เนื้อ เป็นเนื้อโลหะผสมที่เรียกว่า "ทองม้าล่อ"
ใต้ฐาน ก้นกลวงไม่บรรจุกริ่ง


บทสรุป
พระกริ่งใหญ่ พระกริ่งหนนองแส พระกริ่งอุบาเก็ง และ พระกริ่งตีอ๋อง ที่สร้างในปรพเทศจีน เมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว คาดว่านำเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยหรืออยุธยา ซึ่งทั้งสองประเทศมีการค้าขายติดต่อกัน มีการแลกเปลี่ยนสินต้าและวัฒนธรรม พระกร่ิงคงถูกนำเข้าในสมัยนั้น
 
  

 

สถานะ : โชว์
ราคา : 75,000
หมวด : พระเครื่องอาจารย์ทั่วไป
ร้านพระ : พระนาดอน (397)
เปิดประมูล : เปิดประมูล (25)
เบอร์ติดต่อ : 081-9603838
จำนวนผู้ชม : 7647
ข้อมูลล่าสุด : 1 เมษายน 2560
ติดต่อร้าน :